[คัดลอกมาจาก http://theaestheticsofloneliness.blogspot.com/ อีกที]
"ตอนต้นปีที่ผ่านมา ผมได้ไปสัมภาษณ์วิศิษฐ์ วังวิญญู เรื่องหนังสือเล่มใหม่ของเขา ที่ชื่อว่าสุนทรียสนทนา
เขาพูดไว้ประเด็นหนึ่งซึ่งน่าสนใจมาก เขาบอกว่าชีวิตคนเรามีพัฒนาการอยู่ 3 ขั้น
คือ dependent - independent - interdependent
เริ่มต้นจาก dependent ที่ในวัยเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงช่วงปฐมวัย เรายังต้องพึ่งพาอาศัยการเลี้ยงดูและความมั่นคงทางจิตใจจากพ่อแม่ ครูอาจารย์
พอเข้าสู่ขั้น independent คือในช่วงวัยหนุ่มสาว ที่เราจะต้องพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง ยืนหยัดใช้ชีวิตให้ได้ด้วยตัวเอง แสวงหาอุดมคติของความเป็นปัจเจกชน และทนต่อความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา
เมื่อเราอยู่ได้อย่าง independent จึงเข้าสู่พัฒนาการขั้นที่ 3 คือ interdependent ชีวิตที่แข็งแกร่งมั่นคง ตัวตนที่เต็มเปี่ยม ไม่ได้ขาดพร่องจนต้องรอผู้อื่นมาเติมเต็ม และยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ในขั้นนี้ เราจึงจะเป็นผู้เลือกเอง ว่าจะเข้าไปมีความสัมพันธ์กับใคร
ผมเข้าใจว่าชีวิตต้องมาถึงในขั้นตอนนี้ เราจึงจะสามารถเข้าใจเรื่องความรักและมิตรภาพ ได้อย่างแท้จริง
เราไม่ได้ "รัก" เพื่อน แฟน หรือเมีย เพียงเพราะว่าเราต้องการใครมาช่วยเติมชีวิตที่ขาดพร่อง และไม่มีความเป็นตัวของตัวเองของเรา"
...
...
...
อ่านแล้วก็ให้นึกถึงชีวิตตัวเอง
ตอนนี้ ตัวเราอยู่ในระดับขั้นไหน?
จะบอกว่า dependent ก็อาจใช่
ในเมื่อเงินทองที่ใช้เป็นค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่สำหรับชีวิตในประเทศอังกฤษนี้ ผมไม่ได้หามาได้ด้วยตัวเอง
(แม้ว่า ถึงเวลานี้ ผมจะมีงานพิเศษนอกเวลา เพื่อหารายได้มาเป็นค่ากินอยู่ก็ตาม)
จะบอกว่า independent ก็มีส่วน
ในเมื่อผมเอง ก็มีแนวทาง ความคิดแห่ง อุดมคติของความเป็นปัจเจกชนอยู่บ้าง (หากผมเข้าใจความหมายของคำนี้ไปในทิศทางเดียวกันกับเจ้าของบทความข้างบน)
และผมก็มั่นใจว่าผมพัฒนาความเป็นตัวของตัวเองมาระดับหนึ่ง(อาจยังไม่สุด)
ที่มั่นใจที่สุด... ผมทนต่อความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาได้ (บทพิสูจน์จากช่วงเวลาใน Wismar, Germany หรือแม้แต่บางช่วงเวลาที่นี่ Falmouth, UK)
จะบอกว่า interdependent ก็ไม่กล้าที่จะอวดอ้าง? (ไม่ทราบ... แต่สำหรับผม ระดับขั้นนี้ มันดูสูงส่งอยู่ไม่น้อย)
แต่ผมแน่ใจว่า ผม"เป็นผู้เลือกเอง"ว่าจะเข้าไปมีความสัมพันธ์กับใคร? (ในความหมายรวมทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น คนรัก เพื่อน ฯลฯ)
ถ้าจะต้องให้คำตอบกับตัวเองจริงๆ
ผมคงอยู่ในรอยต่อของระดับ dependent ที่กำลังก้าวเข้าสู่ independent โดยมี interdependent เป็นเป้าหมาย ล่ะมั้ง
ผมยังคงหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้... แต่ผมกำลังเดินตามเส้นทางที่ผมคิดไว้แล้วว่า มันจะพาไปสู่จุดนั้น
ผมยังคงไม่มั่นคงถึงที่สุด ในความเป็นตัวของตัวเอง ในอุดมคติของความเป็นปัจเจกชน... แต่ผมรู้ว่าผมมีมันเป็นแรงขับอยู่ข้างใน (นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผม เป็น อยู่ อย่างทุกวันนี้)
ผมยังคงไม่มีชีวิตที่แข็งแกร่งมั่นคง ตัวตนที่เต็มเปี่ยม... แต่ทางที่ผมเลือกเดินมา ผมคิดว่ามันจะพาผมไปสู่จุดนั้นได้
...
...
...
สำหรับผม ที่สุดแล้ว มันไม่ได้สำคัญว่า เราจะไปอยู่ในระดับไหน
มันไม่ได้บ่งชี้ว่า เราดีกว่าคนอื่นๆ
สำหรับผม สำคัญเพียงว่า
เรารู้ว่าเราเดินมาตามเส้นทางไหน
เรารู้ว่าเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางช่วงไหนของชีวิต
เรารู้ว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมายใด
...ขอเพียงเรามีสติ รับรู้ เข้าใจ ในวิถีของตัวเรา...
Wednesday, October 18, 2006
Sunday, October 01, 2006
เรือนไม้สีเบจ
...สวรรค์ส่งเรามาเกิดเพียงครึ่งเดียว ปล่อยอีกครึ่งหนึ่งของตัวเราไว้ที่ไหนก็ไม่รู้บนโลกกลมๆ ใบนี้
จิตวิญญาณของเรา จึงไขว่คว้าหาใครสักคนที่จะมาทำให้ชีวิตของเราเต็มบริบูรณ์
เสาะหา ติดตาม จนกระทั่งได้พบ ในวงแขนของกันและกัน...
...ด้วยเหตุนี้ คนเรากอดตัวเองไม่พอ
เราต้องกอดใครอีกสักคน แล้วให้เขากอดเราตอบ
...อ้อมแขนถึงจะสมบูรณ์...
- ว.วินิจฉัยกุล : เรือนไม้สีเบจ -
จิตวิญญาณของเรา จึงไขว่คว้าหาใครสักคนที่จะมาทำให้ชีวิตของเราเต็มบริบูรณ์
เสาะหา ติดตาม จนกระทั่งได้พบ ในวงแขนของกันและกัน...
...ด้วยเหตุนี้ คนเรากอดตัวเองไม่พอ
เราต้องกอดใครอีกสักคน แล้วให้เขากอดเราตอบ
...อ้อมแขนถึงจะสมบูรณ์...
- ว.วินิจฉัยกุล : เรือนไม้สีเบจ -
Thursday, September 28, 2006
สิ่งที่ชอบในอังกฤษ (1)
...เนื้อวัวถูกกว่าไก่และดูเหมือนจะราคาพอๆ กับหมู (ผมชอบกินเนื้อ)
...ดื่มน้ำเปล่าจากก๊อกได้เลย ไม่ต้องซื้อ
...ดื่มน้ำเปล่าจากก๊อกได้เลย ไม่ต้องซื้อ
Wednesday, September 27, 2006
'Grand Line' - ทะเลชีวิต
บ่ายโมงครึ่ง...
ผมนั่งอยู่บนเตียง ข้างหน้าต่างในห้องนอน
ข้างนอกฟ้าขมุกขมัว ไร้แสงแดด ภายในห้องดูทึมๆ บรรยากาศชวนให้เหงา
นั่งใจลอย คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย
นี่ก็สัปดาห์หนึ่งแล้ว นับจากที่ย้ายชีวิตมาอยู่ที่ Falmouth
สัปดาห์แรก กับอะไรอะไรที่ไม่ลงตัว ก็พาลให้เหนื่อยใจอยู่ไม่น้อย
ตอนนี้ อะไรอะไรเริ่มเข้าที่เข้าทางบ้าง หวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ
นั่งใจลอย คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย
โดยปกติ ผมไม่ใช่คนที่ชอบขีดเส้นทางเดินให้ชีวิตตัวเองนัก
กับอนาคตที่ยังดูไกลห่าง ผมอยากปล่อยให้ชีวิตได้เดินไปตามทางที่มันน่าเดินไป ณ เวลานั้น
อย่างดี ผมก็แค่กำหนดคร่าวๆ ว่าจะไปทางทิศไหน แต่ไม่ชอบและไม่อยากกำหนดว่าต้องเป็นองศาไหน ลิปดาเท่าไร
บางคนอาจบอกว่ามันไม่ดี ชีวิตจะเละเทะ
แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อบางสิ่งบางอย่างในร่างกายผม มันบอกว่าชีวิตผมถูกโรคกับการเดินทางแบบนี้มากกว่า
...
...
...
ผมชอบอ่านการ์ตูนมาก เรียกว่าติดเลยก็ได้
เรื่องหนึ่งที่ชอบมากคือ 'One Piece' เป็นเรื่องราวของตัวเอกที่อยากเป็นโจรสลัดที่ดีเหมือนกับผู้มีพระคุณของเขา
จึงออกเรือเดินทาง รวบรวมสมัครพรรคพวก โดยมีจุดหมายอยู่ที่สุดยอดมหาสมบัติ 'One Piece'
เมื่อตัวเอกและพวกพ้องเดินเรือเข้าไปในเขตทะเล 'Grand Line' อันเป็นที่อยู่ของ 'One Piece' เข็มทิศปกติ จะไม่สามารถใช้การได้
การเดินเรือต้องอาศัยเข็มทิศชนิดพิเศษ เฉพาะสำหรับการเดินเรือใน 'Grand Line' ที่เรียกกันว่า 'ล็อคโพส'
เมื่อเข้าสู่ 'Grand Line' เข็มทิศ 'ล็อคโพส' จะล็อคเป้าหมาย ชี้ไปที่เกาะเกาะหนื่งอยู่อย่างนั้น
จนเมื่อเดินทางไปถึง ทิ้งระยะเวลาหนึ่ง(แล้วแต่เกาะว่าจะกินเวลาเท่าไร) เจ้า 'ล็อคโพส' ก็จะล็อคเป้าหมาย(เกาะ)ต่อไป
เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดการเดินทาง จนไปสู่จุดหมายคือ 'One Piece'
...
...
...
'Grand Line' คงเหมือนทะเลชีวิตของผม
ผมไม่อยากขีดเส้นทางเดินให้ชีวิตตัวเองไว้ล่วงหน้า
เพียงแค่กำหนดเป้าหมายคร่าวๆ เป็นลำดับๆ ไป นั่นก็เพียงพอ
...เข้ามหาวิทยาลัย ผมกำหนดเป้าหมายคร่าวๆ คือเรียนให้จบ แล้วหางานทำเอาประสบการณ์
แต่ผม่ไม่เคยขีดเส้นให้ตัวเองอย่างชัดเจนว่า ต้องทำอะไร ทำนานแค่ไหน แล้วจะทำอะไรต่อไปจากนั้นอีก
ผมเชื่อของผมเองว่า เมื่ออยู่ในสถานการณ์นั้น ณ เวลานั้น กายและใจของเราคงจะทำหน้าที่เหมือนเจ้า 'ล็อคโพส' และสะกิดเตือนว่า การเดินทางครั้งต่อไปควรจะเริ่มต้นขึ้นได้แล้ว โดยมีจุดหมายอยู่ที่ใด
ระหว่างทาง เรือของผมอาจถูกลมพัด อาจถูกคลื่นซัดออกนอกลู่ทางไปบ้าง
แต่ทุกครั้งที่ ต้องเผชิญกับคลื่นลมเหล่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างสอนเราว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร
และท่ี่สำคัญ เมื่อผ่านพ้นมาได้ เรานั่นเองที่จะเรียนรู้ว่า คนเรามีความแข็งแกร่งเพียงใด มีความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์ เอาตัวรอดได้ดีเพียงใด
ผมว่าการเรียนรู้เหล่านี้ สำคัญกว่าการที่เราจะไปถึงจุดมุ่งหมายฤไม่ เสียอีก
รู้จักที่จะแก้ปัญหา รู้จักที่จะใช้ชีวิต
และที่ผมเชื่อของผมเองว่าสำคัญมากที่สุด
...ระหว่างทาง เรารู้จักตัวเองมากขึ้น มากขึ้น...
ผมนั่งอยู่บนเตียง ข้างหน้าต่างในห้องนอน
ข้างนอกฟ้าขมุกขมัว ไร้แสงแดด ภายในห้องดูทึมๆ บรรยากาศชวนให้เหงา
นั่งใจลอย คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย
นี่ก็สัปดาห์หนึ่งแล้ว นับจากที่ย้ายชีวิตมาอยู่ที่ Falmouth
สัปดาห์แรก กับอะไรอะไรที่ไม่ลงตัว ก็พาลให้เหนื่อยใจอยู่ไม่น้อย
ตอนนี้ อะไรอะไรเริ่มเข้าที่เข้าทางบ้าง หวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ
นั่งใจลอย คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อย
โดยปกติ ผมไม่ใช่คนที่ชอบขีดเส้นทางเดินให้ชีวิตตัวเองนัก
กับอนาคตที่ยังดูไกลห่าง ผมอยากปล่อยให้ชีวิตได้เดินไปตามทางที่มันน่าเดินไป ณ เวลานั้น
อย่างดี ผมก็แค่กำหนดคร่าวๆ ว่าจะไปทางทิศไหน แต่ไม่ชอบและไม่อยากกำหนดว่าต้องเป็นองศาไหน ลิปดาเท่าไร
บางคนอาจบอกว่ามันไม่ดี ชีวิตจะเละเทะ
แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อบางสิ่งบางอย่างในร่างกายผม มันบอกว่าชีวิตผมถูกโรคกับการเดินทางแบบนี้มากกว่า
...
...
...
ผมชอบอ่านการ์ตูนมาก เรียกว่าติดเลยก็ได้
เรื่องหนึ่งที่ชอบมากคือ 'One Piece' เป็นเรื่องราวของตัวเอกที่อยากเป็นโจรสลัดที่ดีเหมือนกับผู้มีพระคุณของเขา
จึงออกเรือเดินทาง รวบรวมสมัครพรรคพวก โดยมีจุดหมายอยู่ที่สุดยอดมหาสมบัติ 'One Piece'
เมื่อตัวเอกและพวกพ้องเดินเรือเข้าไปในเขตทะเล 'Grand Line' อันเป็นที่อยู่ของ 'One Piece' เข็มทิศปกติ จะไม่สามารถใช้การได้
การเดินเรือต้องอาศัยเข็มทิศชนิดพิเศษ เฉพาะสำหรับการเดินเรือใน 'Grand Line' ที่เรียกกันว่า 'ล็อคโพส'
เมื่อเข้าสู่ 'Grand Line' เข็มทิศ 'ล็อคโพส' จะล็อคเป้าหมาย ชี้ไปที่เกาะเกาะหนื่งอยู่อย่างนั้น
จนเมื่อเดินทางไปถึง ทิ้งระยะเวลาหนึ่ง(แล้วแต่เกาะว่าจะกินเวลาเท่าไร) เจ้า 'ล็อคโพส' ก็จะล็อคเป้าหมาย(เกาะ)ต่อไป
เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดการเดินทาง จนไปสู่จุดหมายคือ 'One Piece'
...
...
...
'Grand Line' คงเหมือนทะเลชีวิตของผม
ผมไม่อยากขีดเส้นทางเดินให้ชีวิตตัวเองไว้ล่วงหน้า
เพียงแค่กำหนดเป้าหมายคร่าวๆ เป็นลำดับๆ ไป นั่นก็เพียงพอ
...เข้ามหาวิทยาลัย ผมกำหนดเป้าหมายคร่าวๆ คือเรียนให้จบ แล้วหางานทำเอาประสบการณ์
แต่ผม่ไม่เคยขีดเส้นให้ตัวเองอย่างชัดเจนว่า ต้องทำอะไร ทำนานแค่ไหน แล้วจะทำอะไรต่อไปจากนั้นอีก
ผมเชื่อของผมเองว่า เมื่ออยู่ในสถานการณ์นั้น ณ เวลานั้น กายและใจของเราคงจะทำหน้าที่เหมือนเจ้า 'ล็อคโพส' และสะกิดเตือนว่า การเดินทางครั้งต่อไปควรจะเริ่มต้นขึ้นได้แล้ว โดยมีจุดหมายอยู่ที่ใด
ระหว่างทาง เรือของผมอาจถูกลมพัด อาจถูกคลื่นซัดออกนอกลู่ทางไปบ้าง
แต่ทุกครั้งที่ ต้องเผชิญกับคลื่นลมเหล่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างสอนเราว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร
และท่ี่สำคัญ เมื่อผ่านพ้นมาได้ เรานั่นเองที่จะเรียนรู้ว่า คนเรามีความแข็งแกร่งเพียงใด มีความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์ เอาตัวรอดได้ดีเพียงใด
ผมว่าการเรียนรู้เหล่านี้ สำคัญกว่าการที่เราจะไปถึงจุดมุ่งหมายฤไม่ เสียอีก
รู้จักที่จะแก้ปัญหา รู้จักที่จะใช้ชีวิต
และที่ผมเชื่อของผมเองว่าสำคัญมากที่สุด
...ระหว่างทาง เรารู้จักตัวเองมากขึ้น มากขึ้น...
Subscribe to:
Posts (Atom)